โดย นินิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
อักขระเรนจงเกอรินจี
การเขียนแบบอักขระเกอรินจี การเขียนเกอรินจุง หรือการเขียนเรนจง
เป็นการเขียนโบราณที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะบนเกาะสุมาตรา (เช่น เกอรินจี
เบงกูลู มีนังกาเบา ปาเล็มบัง และลัมปุง) ชื่อว่าเรนจงมาจากคำภาษามลายูที่แปลว่า เอียง
หรือ Serong
ซึ่งหมายถึงรูปทรงเอียงของตัวอักษร
ต้นกำเนิดของการเขียนนี้คือระบบการเขียนของอักขระปัลลาวา
ซึ่งแพร่กระจายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านทางการค้า กิจกรรมทางศาสนา (ศาสนาฮินดู-พุทธ)
และอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยในช่วงศตวรรษที่ 7 ถึง 13 ใช้ในการเขียนภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษามลายูโบราณ ภาษาอาเจะห์ ภาษาเรจัง
และภาษาถิ่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม อักษรเรนจงไม่ได้เป็นการคัดลอกมาจากอักษรปัลลาวาโดยตรง แต่เป็นการพัฒนาขึ้นจากการปรับอักษรปัลลาวาให้เข้ากับวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น
และได้รับอิทธิพลบางส่วนจากอักขระกาวีจากชวาและสุมาตราตอนใต้
แผ่นที่อักขระอินจง
บางท้องถิ่นเรียกว่าซูรัตอูลู (Surat Ulu) มาจากคำสองคำ คือ surat ซึ่งหมายถึงการเขียน และ ulu ซึ่งหมายถึงพื้นที่สูงที่แม่น้ำมูซีไหลผ่าน (คือเทือกเขาบูกิตบาริซัน (Bukit Barisan)) ด้วยความเข้าใจเช่นนี้ อักขระเกอรินซจีและอักขระลัมปุงษรลัมปุงจึงไม่ได้รวมอยู่ในซูรัตอูลู (Surat Ulu) แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนจะรวมไว้ด้วยก็ตาม คำว่า "Surat Ulu" เองนั้นถูกใช้โดยชุมชนท้องถิ่นเพื่ออ้างถึงกลุ่มอักขระเหล่านี้
เชื่อกันว่าการเขียนอักษรเรนจงมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงยุคศรีวิชัย
(โดยมีรูปแบบและสไตล์การเขียนที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค)
และยังคงใช้กันในพื้นที่ภายในของเกาะสุมาตราจนถึงยุคอิสลาม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19
การใช้การเขียนอักขระเรนจงเริ่มลดลงและค่อยๆ
สูญหายไปเนื่องจากการเข้ามาและการยอมรับการเขียนอักขระยาวี หรือ
ในอินโดเนเซียส่วนใหญ่เรียกว่าอักขระอาหรับ-มลายู ซึ่งกลายเป็นระบบการเขียนหลักของภาษามลายู
โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งเปิดรับอิทธิพลจากภายนอกมากกว่า
แผ่นที่อักขระเรนจง
การเขียนอักษรเรนจงเป็นหนึ่งในมรดกทางวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนในสมัยนั้นมีความรู้และสามารถเขียนได้ก่อนที่อิทธิพลของอาหรับ-อิสลามจะเข้ามาในภูมิภาคนี้
ปัจจุบัน การเขียนอักษรเรนจงยังคงได้รับการศึกษาโดยนักจารึก (epigrafi)และนักโบราณคดี (arkeologi)
และกลายเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของชาวอาเจะห์และเรจังบนเกาะสุมาตรา
ในความเป็นจริง มีความพยายามที่จะสอนใหม่ในโรงเรียนพิเศษในจังหวัดจัมบี
ประเทศอินโดเนเซีย ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ต้องได้รับการปลูกฝังและรักษาไว้
ในสมัยโบราณ
การเขียนด้วยอักษรเรนจงถูกใช้เป็นสื่อในการเขียนสื่อสาร บันทึกส่วนตัว
และเอกสารราชการท้องถิ่น เช่น บันทึกทางประวัติศาสตร์และกฎหมายประเพณี
นอกจากนี้ยังมีความสำคัญในบริบททางศาสนา โดยมีการบันทึกคาถา คำอธิษฐาน
และตำราทางศาสนาฮินดู-พุทธโดยใช้อักษรนี้
สำหรับมีต้นฉบับอักขระเรนจงจำนวนมากที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้
หนึ่งในนั้นคือต้นฉบับตันยุง ตานะห์ (Tanjung Tanah)
ซึ่งเป็นหนังสือกฎหมายจากยุคอาณาจักรมลายูในศตวรรษที่ 14
ต้นฉบับนี้เขียนขึ้นที่วัง istana
Dharmasraya ใช้อักษรเรนจงใน 2 หน้าสุดท้าย
และเป็นต้นฉบับภาษามลายูที่เก่าแก่ที่สุด
มีการเขียนอักษรเรนจงหลายเวอร์ชันที่ใช้ตามภูมิภาคต่างๆ
เช่น เรนจงอาเจะห์ (Rencong
Jawoë) เรนจงเรจัง (Ka-Ga-Nga) เรนจงลัมปุง (Had
Lampung)และเรนจงเกอรินจี (Rencong Kerinci)
จากการศึกษาพบว่าอักษรเรนจงมักพบเขียนอยู่บนวัสดุธรรมชาติ
เช่น บนเปลือกไม้ ไม้ไผ่ และใบไม้ (เช่น ใบไม้จากต้นปาล์ม) แกะสลักบนเสาหิน
เขาของสัตว์ ชิ้นส่วนโลหะ และบนก้อนหิน (หินที่มีตัวอักษร)
อ้างอิง
Suwandi, Aksara Rencong (Huruf Ka-Ga-Nga) Ssejarah dan Perkembangan di Sumatera Selatan.
Nuzulur Ramadhona, Suntingan Teks dan Analisis Isi Teks pada Naskah Ulu
Sumatera Selatan dalam Koleksi Peti PNRI No 91/3+, Tesis BA, Universitas Islam
Negei Raden Fateah, Palembang.
Sarwir Sarwono & Ngudining Rahayu, Pusat Penulisan dan Para Penulis
Manuskrip Ulu di Bengkulu, UNIB Press, 2014.



Tiada ulasan:
Catat Ulasan