Ekonomi/Bisnis
- Halaman Pertama
- About us
- Activities
- Enterprenuership
- Scholarship
- Agriculture
- Tourism
- Education/Development
- NSC Malay Studies Library
- Community Development
- Advisers of NSC
- NSC Malaysia Studies Library
- Staff of NSC
- NSC Malayo-Polynesia library
- Rumah Nusantara II
- Sekolah Alam Nusantara
- Think Tank
- Rumah Nusantara
- Nusantara Innovation
Rabu, 14 Februari 2018
ภาษามลายูกับราชสำนักอยุธยาในการติดต่อกับฮอลันดาที่เมืองบาตาเวีย
ดังนั้นภาษามลายูไม่เพียงมีความสำคัญในปัจจุบันเท่านั้น
แต่ในอดีตการติดต่อสื่อสารระหว่างรัฐต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้
แม้รวมทั้งราชสำนักอยุธยาในการติดต่อสื่อสารกับบริษัทการค้าอินเดียตะวันออก หรือ Dutch United East India Company ซึ่งใช้ชื่อในภาษาฮอลันดาว่า
Vereenigde Oostindische Compagnie (VOC) ของฮอลันดา
โดยบริษัทนี้จัดตั้งขึ้นเมื่อ 1602 ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองอินโดเนเซีย
ที่เมืองบาตาเวีย หรือกรุงจาการ์ตา หนังสือติดต่อส่วนหนึ่งมีการใช้ภาษามลายู
นอกจากนั้นยังกล่าวถึงการส่งสองราชทูตไปยังราชอาณาจักรโยโฮร์-เรียว ในยุคสุลต่านมาห์มุดชาห์ที่ 2 ซ่งครองราชย์ ระหว่างปี 1685-1699 และเอกสารของพระคลังที่ทำในนามของพระเจ้าเสือ
ครองราชย์ระหว่างปี 1703-1709 โดยส่งไปยังฮอลันดาในเดือนมีนาคม
1703 และได้รับคำตอบจากฮอลันดาเมื่อ 27 สิงหาคม
1703 ยังรวมถึงเอกสารของเจ้าพระยาพระคลัง
ที่ทำในนามของพระบรมโกศ ครองราชย์ระหว่างปี 1733-1758 เป็นเอกสารที่ได้รับเมื่อ
22 มีนาคม 1735
และตอบเมื่อ 12 สิงหาคม 1735
Rabu, 24 Januari 2018
อิทธิพลของวรรณกรรมอาหรับในสังคมมลายู
โดย
นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
อิทธิพลของวรรณกรรมอาหรับในสังคมมลายู
นอกจากมีการเผยแพร่วรรณกรรมฮินดู
และวรรณกรรมชวาแล้ว
วรรณกรรมอาหรับก็มีการเผยแพร่สู่ภูมิภาคมลายู เป็นเวลานานแล้ว ในบันทึกของจีนใต้กล่าวว่าในปี 977
มีทูตที่นับถือศาสนาอิสลามชื่อ บูอาลี (อาบูอาลี)
ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนโดยเขาเดินทางมาจากรัฐโปนี (Poni) (บรูไน)
ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคมลายู
แรกเริ่มนั้นวรรณกรรมฮินดูที่ได้รับการยอมรับในสังคมมลายูได้ถูกแทรกด้วยความเชื่อของอิสลาม
ด้วยวิธีดังกล่าวทำให้สังคมมลายูง่ายต่อการยอมรับความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องเกี่ยวกับศาสดา (Nabi) , บรรดาซอฮาบัต (Sahabat) และนักรบอิสลามคนอื่นๆ
ทั้งหมดนั้นเป็นการเล่าเรื่องด้วยวาจาครั้งตอนเผยแพร่ศาสนาอิสลาม จะถูกแพร่ยังภูมิภาคมลายูก่อนหน้านั้น แม้แต่คำว่า “Hikayat” ที่ใช้ในเรื่องราวของวรรณกรรมฮินดูและวรรณกรรมชวาก็ยืมมาจากคำในภาษาอาหรับ
หินปักหลุมศพ (Batu Nisan) ของกสุลต่านมาลีกุลซอลและห์
หินปักหลุมศพ (Batu Nisan) ของสุลต่านมาลีกุลซอลและห์
หินปักหลุมศพ (Batu Nisan) ของ Fatimah bt Maimun
อิทธิพลของภาษาอาหรับนั้นสามารถเห็นได้จากหินปักหลุมศพ
(Batu
Nisan) ของกสุลต่านมาลีกุลซอลและห์ (Sultan Malik-ul-Saleh) ซึ่งหินปักหลุมศพนั้นกล่าวว่ามาจาก Kembayat
(กัมพูชา)
น่าจะมาจากจามปามากกว่า
อักขระที่ใช้ที่หินปักหลุมศพนั้นได้กล่าวถึงเวลาที่สุลต่านมาลีกุลซอลและห์ ซึ่งเป็นสุลต่านแห่งรัฐปาไซ (Pasai)
บนเกาะสุมาตรา องค์แรกที่นับถือศาสนาอิสลาม และที่ Leran , Gresik เกาะชวา
ได้มีการพบหินปักหลุมศพของผู้หญิงมุสลิมคนหนึ่งชื่อ Fatimah bt
Maimun บันทึกว่า ปี
1082 ส่วนที่ตรังกานู (มาเลเซีย)
มีการพบศิลาจารึกด้วยอักขระที่สืบทอดบทบาทต่อจากอักขระเรนจง (Rancong) การสร้างอักขระยาวีนั้นแน่นอนต้องก่อนศตวรรษที่ 13
เพราะมีการใช้อักขระยาวีใน Hikayat
Raja Pasai ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวความคิดของคนมลายูในการมีความคิดที่สูงและเค็มไปด้วยศิลปะ
Isnin, 22 Januari 2018
ตุน สรีลานัง ผู้เขียนประวัติศาสตร์มลายู
Tun
Sri Lanang ผู้เขียนประวัติศาสตร์ชาติมลายู
ชื่อ Tun Sri Lanang เป็นชื่อเล่น
(Nama Timangan) ของ Tun Muhammad bin Orang Kaya
Paduka Raja Ahmadเขาได้รับแต่งตั้งเป็น Bendahara ของรัฐโยโฮร์ในสมัยของสมัยของ Suhan Ala Jalla Abdul Jalil Syah
(Raja Abdullah) เขาเกิดเมื่อปี 1565ที่ Bukit Seluyut, Kota
Tinggi ของรัฐโยโฮร์ ต่อมา Sultan Alauddin
Riayat Syah และ Tun Sri Lanang ได้ลี้ภัยทางการเมืองจากรัฐโยโฮร์ไปยังอาเจะห์
และ Tun Sri Lanang เสียชีวิตที่เมื่อปี 1615 Tun Sri
Lanang ได้เขียนหนังสือชื่อ
Salalatus หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า
การเขียนหนังสือเกิดขึ้นจากคำสั่งของสุลต่านที่ให้มีการปรับปรุงแก้ไขความถูกต้องของหนังสือ
Hikayat Melayu
หนังสือ
Selalatus
Salatin ถือเป็นหนังสือที่เป็นแกนหลักของหนังสือประวัติศาสตร์ของชนชาติมลายูหนังสือ
Hikayat Melayu ที่ Tun Sri Lanang ได้ทำการปรับปรุงแก้ไขความถูกต้องนั้นเป็นหนังสือ
HiKayut Melayuจากเกาะสุลาเวซี นำมายังรัฐโยโฮร์และ Raja
Ali Haji มีชื่อเดิมว่า Raja Haji Ali bin Raja Haji Ahmad (1809 - 1870) โดย Raja Haji Aliได้รับการศึกษาจากระบบการศึกษาศาสนา
(อาหรับ) งานเขียนของเขาจะมีคำในสมัยภาษามลายูคลาสสิค
โดยได้รับอิทธิพลด้วยคำในภาษาอาหรับ
Jumaat, 29 Disember 2017
ภาษามลายูโบราณ สิ่งที่เราควรรู้ไว้บ้าง
โดย
นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
ภาษามลายูโบราณ
เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลภาษานูซันดารา
มีความรุ่งเรื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 7
จนถึงศตวรรษที่ 13
ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นภาษา lingua franca
(ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน) และเป็นภาษาที่ใช้ในการปกครอง ผู้ที่พูดภาษามลายูโบราณ ส่วนใหญ่จะอยู่ในแหลมมลายู ,หมู่เกาะเรียว และสุมาตรา
ภาษามลายูโบราณกลายเป็นภาษา lingua franca
และภาษาที่ใช้ในการปกครองเพราะ
1.
มีลักษณะเรียบง่าย
และง่ายต่อการรับอิทธิพลจากภายนอก
2.
ไม่มีการผูกติดกับความแตกต่างทางชนชั้นของสังคม
3.
มีระบบที่ง่ายกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาชวา
ภาษาชวานั้นค่อนข้างจะยากต่อการสื่อสาร
เพราะว่าถ้าผู้พูดมีสถานะทางชนชั้นที่แตกต่างกันหรือมีวิจัยที่แตกต่างกัน
ความหมายหนึ่งจะใช้คำที่แตกต่างกันตามสถานะหรือวัยของผู้พูด
ภาษามลายูโบราณได้รับอิทธิพลจากระบบของภาษาสันสฤตมีการใช้คำสันสฤตในการสร้างคำที่เป็นเชิงความรู้
ภาษามลายูง่ายต่อการรับอิทธิพลของภาษาสันสฤตนั้นเป็นเพราะ
1. อิทธิพลของศาสนาฮินดู
2. ภาษาสันสฤตอยู่ในสถานะของภาษาของชนชั้นขุนนางและมีสถานะทางสังคมที่ค่อนข้างสูง
3.
ภาษามลายูง่ายต่อการใช้ตามสถานการณ์และตามความต้องการของผู้พูด
ภาษามลายูโบราณที่มีตามหลักศิลาจารึกในศตวรรษที่ 7 ซึ่งเขียนด้วยอักขระปัลลาวา (Pallawa)
- ศิลาจารึก Kedukan Bukit , Palembang (683)
- ศิลาจารึก Talang
Tuwo ใกล้กับ Palembang (684)
- ศิลาจารึก Kota
Kapur , Pulau Bangka (686)
- ศิลาจารึก Karang
Brahi , meringin.Jambi (686)
ภาษามลายูโบราณที่มีในหลักศิลาจารึกที่
Gandasuli
, ชวากลาง (832) เขียนด้วยอักขระ Nagiri
ศิลาจารึก Talang Tuwo
ศิลาจารึก Karang Brahi
ลักษณะของภาษามลายูโบราณ
- เติมไปด้วยคำที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต
- การสร้างประโยคมีลักษณะของภาษามลายู
- เสี่ยง บ (B) จะเป็นเสียง ว (W) ในภาษามลายูโบราณ เช่น บูลัน
- วูลัน
(เดือน)
- เสี่ยง อือไม่มี เช่น Dengan (ดืองัน) – Dangan (ดางัน) – กับ
- คำว่า Ber จะเป็น Mar ในภาษามลายูโบราณ เช่น berlepas
– marlapas
- คำว่า di จะเป็น Ni ในภาษามลายูโบราณ เช่น diperbuat
– miparwuat
- อักขระ ฮ (h) จะหายไปในภาษามลายูสมัยใหม่ เช่น Semua
– samuha , Saya – Sahaya
Ahad, 10 Disember 2017
Maphilindo และแนวคิดของการรวมชนชาติมลายูเข้าเป็นหนึ่งเดียว
โดย
นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
นาย Diosdado Macapagalประธานาธิบดีประเทศฟิลิปปินส์สามประเทศในกลุ่มชาติพันธุ์มลายู
บุคคลผู้เป็นตัวหลักในการจัดตั้งกลุ่ม Maphilindo
MAPHILINDO
Maphilindo เป็นคำย่อมาจาก Malaya, the Philippines, และ Indonesia เป็นองค์กรสมาพันธรัฐมลายูของกลุ่มชนชาติมลายู แรกเริ่มเป็นแนวความคิดของนาย Wenesclao Vinzons เพื่อรวมชนชาติมลายูเข้าด้วยกัน เมื่อนาย Diosdado Macapagal เป็นประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาในปี 1963 เขาต้องการสร้างความคิดอุดมคติของนายโฮเซ รีซาลให้เป็นจริง จึงเสนอจัดตั้ง Maphilindo แต่ปรากฏว่าต่อมาไม่สามารถรวมตัวกันได้ แม้ว่าจะมีการเซ็นสัญญากันแล้วก็ตาม เพราะมีการจัดตั้งประเทศมาเลเซียขึ้นก่อน จนเกิดความขัดแย้งระหว่างมาเลเซียที่ตั้งใหม่กับประเทศอินโดเนเซีย
Ishak
Haji Muhammad
Ahmad Boestamam
Ibrahim
Yaakub
Dr. Burhanuddin Al-Helmi
แนวคิดของการรวมชนชาติมลายูเข้าเป็นหนึ่งเดียว
Melayu
Raya เป็นแนวคิดของการรวมชนชาติมลายูเขาเป็นหนึ่งเดียว
นั้นคือชนชาวมลายูที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย, อินโดเนเซีย, บรูไน และสิงคโปร์
เข้าเป็นประเทศเดียวกันบางครั้งคำว่า Melayu Raya จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
Indonesia Raya แนวคิดนี้มีการเสนอขึ้นในประเทศอินโดเนเซียโดยกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน และพรรคการเมืองในมาเลเซีย เช่น
พรรคมลายูแห่งชาติมาลายา
ซึ่งเ
Jumaat, 1 Disember 2017
ดร. อาลี ชารีอาตี (Dr. Ali Shariati) นักสังคมวิทยาชาวอิหร่าน
โดย นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
ชีวประวัติดร. อาลี
ชารีอาตี (Dr. Ali
Shariati) (1933–1977)
เป็นนักสังคมวิทยาชาวอิหร่าน
งานเขียนส่วนใหญ่จะเป็นด้านสังคมวิทยาศาสนา เกิดในปี 1933 ที่เมืองมาซีนาน (Mazinan) ซึ่งเป็นส่วนย่อยของเมืองซาบเซวาร์ (Sabzevar) ประเทศอิหร่าน บิดาของเขาเป็นนักชาตินิยมก้าวหน้าและเป็นนักการศาสนา
ซึ่งมีผลทำให้การเข้าร่วมในขบวนการทางการเมืองของ ดร. อาลี ชารีอาตีในเวลาต่อมา
ในสมัยที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยครู
เขาได้คบค้าสมาคมกับเยาวชนที่มาจากชนชั้นด้อยทางเศรษฐกิจ
เขาเองมีความรู้เกี่ยวกับวิชาสังคมวิทยาสมัยใหม่และปรัชญา โดยเขาได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของ Moulana Rumi และ Muhammad Iqbal. เขาได้รับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมาชฮัด
(University of Mashhad) ต่อมาศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นที่มหาวิทยาลัยปารีส (University of Paris) โดยเขาได้รับปริญญาเอกด้านสังคมวิทยา
ในปี 1964. ต่อมาในปี 1965 เขาได้เข้าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมาชฮัด (University
of Mashhad) เขาได้รับการยอมรับจากผู้คนในด้านความรู้วิชาการของเขา
จนเขาถูกจับโดยพระเจ้าชาห์ เมื่อเขาถูกปล่อยตัว
เขาได้เดินทางไปยังกรุงเตหะราน
โดยเข้าสอนที่สถาบันการศึกษาที่มีชื่อว่าสถาบันฮุสเซ็นนียา เอร์ชาด
การสอนของเขายิ่งเพิ่มจำนวนผู้เข้าฟังมากขึ้น
จนทางพระเจ้าชาห์ทำการจับกุมเขาและนักศึกษาจำนวนหนึ่ง เขาถูกจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน ต่อมาได้รับการปล่อยตัว เมื่อ
20 มีนาคม 1975
โดยมีเงื่อนไขห้ามมีการสอน
การพิมพ์งานเขียน
หรือเข้าไปเกี่ยวข้องใดๆกับกิจกรรมทางการเมือง
ทางหน่วยราชการลับของพระเจ้าชาห์ที่ชื่อว่า SAVAK จะติดตามการเคลื่อนไหวของเขาทุกย่างก้าว
เขาปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าวโดยเดินทางออกนอกประเทศ ไปยังประเทศอังกฤษ สามสัปดาห์ต่อมาเขาสิ้นชีวิต โดยมีการประกาศว่าเป็นโรคหัวใจวาย แต่เป็นที่รับรู้ว่าการตายของเขาเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการลับของพระเจ้าชาห์ที่ชื่อว่า SAVAK
สุสานของเขาตั้งอยู่บริเวณสุสานของนางไซนับ บินตีอาลี (Zainab bint Ali) ในกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย
สำหรับงานเขียนของเขาที่สำคัญมีดังนี้ Hajj (The Pilgrimage), Where Shall We Begin?,
Mission of a Free Thinker, The Free Man and Freedom of the Man, Extraction and
Refinement of Cultural Resources,
Martyrdom (book), Arise and Bear Witness, Ali, Declaration of Iranian's
Livelihood, Islamology งานเขียนของเขามีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งได้รับการแปลเป็นภาษามลายูและภาษาไทย สำหรับหนังสือที่แปลเป็นภาษาไทย ส่วนหนึ่งมีอยู่ในหอสมุด จอห์น เอฟ. เคเนดี้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตปัตตานี
Isnin, 27 November 2017
ภาพอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ในอดีต
โดย นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ได้เก็บภาพประเทศไทยในอดีตเป็นจำนวนมาก และได้ดึงภาพส่วนหนึ่งของอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส มา ณ ที่นี้ด้วย
x
Langgan:
Catatan (Atom)















































