โดย นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน
เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า
ศาสนาพุทธ-ศาสนาฮินดู เคยมีบทบาทในภูมิภาคมลายู ในขณะที่ทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดูเป็นสองศาสนาที่มีความขัดแย้งกันในประเทศอินเดีย
แต่กลับกันทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูกลับเป็นสองศาสนาที่เข้ากัน และทิ้งร่องรอยมรดกไว้บนภูมลายู
ในครั้งนี้ขอกล่าวถึงมรดกที่ศาสนาฮินดูบนเกาะชวา นั้นคือเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี (Candi Asu
Sengi)
เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เป็นชื่อของเจดีย์ฮินดูที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเซงี กิ่งอำเภอดูกุน อำเภอมาเฆอลัง จังหวัดชวาตอนกลาง การที่ชาวบ้านเรียกเจดีย์ฮินดูแห่งนี้ว่า
เจดีย์อาซู เพราะรูปปั้นวัวนนทิที่เจดีย์มีลักษณะคล้ายสุนัข คำว่าอาซู แปลว่า สุนัขในภาษาชวา
กำแพงด้านนอกของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ทำหน้าที่เป็นฐาน
ส่วนกำแพงด้านในทำหน้าที่เป็นรากฐาน พื้นที่ระหว่างกำแพงทั้งสองถมด้วยหินและดินหนา
2 เมตร
แล้วปูด้วยหิน พื้นที่ที่เหลือเป็นที่ตั้งของรูปปั้นกลาง บนผนังด้านนอกฝั่งตะวันตก
หินที่เหลืออยู่ถูกนำมาทำเป็นบันไดที่เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เราไม่เพียงแต่จะได้เห็น
และชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เท่านั้น
แต่ยังสามารถชมพิธีกรรมดั้งเดิมที่จัดขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่นได้อีกด้วย
สถาปัตยกรรม
เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เจดีย์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ด้านยาว 7.94 เมตร ฐานสูง 2.5 เมตร และตัวเจดีย์สูง 3.35 เมตร
ความสูงของหลังคาวัดไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากหลังคาพังทลายและหินส่วนใหญ่หายไป
ด้วยขนาดเช่นนี้ เจดีย์นี้จึงถือว่าเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก
พื้นที่ของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเซงี กิ่งอำเภอดูกุน
อำเภอมาเฆอลัง จังหวัดชวาตอนกลาง ซึ่งที่ย้ำถึงที่ตั้งอีครั้งของเจดีย์นี้ เพราะอำเภอมาเฆอลัง
ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์ศาสนาพุทธมหายานที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักคือ เจดีย์โบโรบูดูร์
(Candi
Borobudur)
มีการค้นพบศิลาจารึกสองชิ้นในรูปทรงของศิวลึงค์ ใกล้กับเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ได้แก่
จารึกของศรีมังคละที่ 1 (ค.ศ. 874) และศรีมังคละที่ 2 (ค.ศ. 874)
อ้างอิง
Candi Indonesia Seri Jawa, Wiwi Djuwita Sudarna Ramelan(Edit), Kementerian
Pendidikan dan Kebudayaan,2013.


Tiada ulasan:
Catat Ulasan