Ekonomi/Bisnis

Jumaat, 27 Mac 2026

เจดีย์ฮินดูอุมบุล(Candi Umbul) อีกมรดกหนึ่งร่องรอยของศาสนาฮินดูในภูมิภาคมลายู

 โดย นิอับดุลรากิ๊บ  บินนิฮัสซัน

สำหรับภูมิภาคมลายูนั้นศาสนาพุทธ-ศาสนาฮินดู เคยมีบทบาท และบางราชวงศ์ในรัฐต่างๆก็เคยทั้งนับถือทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดู  ดังนั้นในภูมิภาคมลายูจึงทิ้งร่องรอยมรดกของทั้งสองศาสนา ในแหลมมลายูนั้นภายถึงความทั้งปาตานี อาจมีการค้นหาร่องรอยลำบากหน่อย และในสุมาตรา หรือเกาะชวา ค่อนข้างจะง่ายในการหาร่องรอย สำหรับครั้งนี้ของแนะนำ เจดีย์ฮินดูอุมบุล


เจดีย์ฮินดูอุมบุลเป็นแหล่งน้ำพุร้อนโบราณตั้งอยู่ในอำเภอมาเฆอลัง จังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดเนเซีย สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ไศเลนทรา ซากปรักหักพังยังคงได้รับการอนุรักษ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอำเภอมาเฆอลัง สำหรับอำเภอมาเฆอลัง ก็เป็นอำเภอที่ตั้งของเจดีย์โบโรบูดูร์เช่นกัน

ประวัติความเป็นมา

ชื่อ "เจดีย์อุมบุล" มาจากคำภาษาชวาว่า "อุมบุล" (umbul) ซึ่งหมายถึงน้ำที่ผุดขึ้นมาจากก้นสระ มักมีลักษณะคล้ายฟองอากาศ หรือที่ชาวชวาเรียกว่า "มัมบุล" (mumbul) มันมีความหมายว่า ผุดขึ้นมา สระน้ำในบริเวณนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก อยู่ด้านบน เป็นน้ำพุร้อนที่มีกำมะถัน ส่วนที่สอง ด้านล่าง เป็นสระน้ำเย็น ผนังสระทั้งหมดสร้างจากหินแอนเดไซต์หลายชั้น ในอดีต สระแห่งนี้เป็นสถานที่อาบน้ำสำหรับบุตรชายและบุตรสาวของชนชั้นสูง


มีหินหลายก้อนเรียงรายอยู่ตามขอบสระน้ำ แสดงภาพนูนต่ำต่างๆ ของพืช สัตว์ และเจดีย์ที่อยู่ด้านบนของวิหาร โดยรวมแล้ว วิหารยังคงรักษาความสำคัญทางประวัติศาสตร์เอาไว้ ฐานรากที่มุมแต่ละด้านของสระน้ำแสดงถึงเสาที่รองรับหลังคาป้องกัน หินอื่นๆ ที่มีรูปร่างคล้ายหินลึงค์แบนๆ ถูกใช้เป็นแท่นนั่งสมาธิสำหรับนักรบหรืออัศวิน


ภาพนูนต่ำและร่องรอยของรูปปั้นลึงค์และโยนีหลายแห่งในสถานที่ต่างๆ แสดงให้เห็นว่าเจดีย์อุมบุลเป็นวิหารในศาสนาฮินดู ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของอาณาจักรมาตารัมโบราณ เป็นไปได้ว่าวิหารนี้สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ซันจายา หรือ สัญชัยของชาวชวาที่นับถือศาสนาฮินดู ปัจจุบันเหลือโครงสร้างวิหารเพียงไม่กี่แห่งในบริเวณเจดีย์อุมบุล อย่างไรก็ตาม ภายในสระน้ำมีแท่นหินแบนๆ รูปทรงลึงค์หลายแห่ง นอกจากจะใช้เป็นแท่นอาบน้ำแล้ว เป็นไปได้สูงว่าแท่นหินรูปทรงลึงค์เหล่านี้เคยถูกใช้เป็นที่นั่งสำหรับนั่งสมาธิของอัศวินในอดีต

สิ่งที่ทำให้บ่อน้ำแร่ที่เจดีย์อุมบุลมีความพิเศษคือ ไม่มีกลิ่นกำมะถันฉุนเหมือนบ่อน้ำพุร้อนอื่นๆ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถแช่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการโดยไม่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ปริมาณกำมะถันในน้ำก็ยังคงมีคุณประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนัง และอุณหภูมิของน้ำก็สามารถช่วยบำบัดกระดูกและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้


ในปี 2019 รัฐบาลท้องถิ่นอำเภอมาเฆอลังได้บูรณะเจดีย์อุมบุลโดยปรับปรุงประตูทางเข้าหลักและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมโดยไม่ทำลายสิ่งของภายในเจดีย์อุมบุลตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงสวน ซ่อมแซมศาลาเปิดโล่งด้านหน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว และสร้างโรงอาหารหลายชั้นเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความงามจากด้านบน อย่างไรก็ตาม


อ้างอิง

Candi Indonesia Seri Jawa, Wiwi Djuwita Sudarna Ramelan(Edit), Kementerian Pendidikan dan Kebudayaan,2013.


Isnin, 16 Mac 2026

เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี (Candi Asu Sengi) มรดกร่องรอยของศาสนาฮินดูในภูมิภาคมลายู

โดย นิอับดุลรากิ๊บ  บินนิฮัสซัน

เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี (Candi Asu Sengi) 

เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ศาสนาพุทธ-ศาสนาฮินดู เคยมีบทบาทในภูมิภาคมลายู ในขณะที่ทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดูเป็นสองศาสนาที่มีความขัดแย้งกันในประเทศอินเดีย แต่กลับกันทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูกลับเป็นสองศาสนาที่เข้ากัน และทิ้งร่องรอยมรดกไว้บนภูมลายู ในครั้งนี้ขอกล่าวถึงมรดกที่ศาสนาฮินดูบนเกาะชวา นั้นคือเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี (Candi Asu Sengi)


เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เป็นชื่อของเจดีย์ฮินดูที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเซงี กิ่งอำเภอดูกุน อำเภอมาเฆอลัง จังหวัดชวาตอนกลาง การที่ชาวบ้านเรียกเจดีย์ฮินดูแห่งนี้ว่า เจดีย์อาซู เพราะรูปปั้นวัวนนทิที่เจดีย์มีลักษณะคล้ายสุนัข  คำว่าอาซู แปลว่า สุนัขในภาษาชวา


กำแพงด้านนอกของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ทำหน้าที่เป็นฐาน ส่วนกำแพงด้านในทำหน้าที่เป็นรากฐาน พื้นที่ระหว่างกำแพงทั้งสองถมด้วยหินและดินหนา 2 เมตร แล้วปูด้วยหิน พื้นที่ที่เหลือเป็นที่ตั้งของรูปปั้นกลาง บนผนังด้านนอกฝั่งตะวันตก หินที่เหลืออยู่ถูกนำมาทำเป็นบันไดที่เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เราไม่เพียงแต่จะได้เห็น และชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี เท่านั้น แต่ยังสามารถชมพิธีกรรมดั้งเดิมที่จัดขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่นได้อีกด้วย

เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี (Candi Asu Sengi) 

สถาปัตยกรรม

เจดีย์ฮินดูอาซูเซงี หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เจดีย์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านยาว 7.94 เมตร ฐานสูง 2.5 เมตร และตัวเจดีย์สูง 3.35 เมตร ความสูงของหลังคาวัดไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากหลังคาพังทลายและหินส่วนใหญ่หายไป ด้วยขนาดเช่นนี้ เจดีย์นี้จึงถือว่าเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก


พื้นที่ของเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเซงี กิ่งอำเภอดูกุน อำเภอมาเฆอลัง จังหวัดชวาตอนกลาง ซึ่งที่ย้ำถึงที่ตั้งอีครั้งของเจดีย์นี้ เพราะอำเภอมาเฆอลัง ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์ศาสนาพุทธมหายานที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักคือ เจดีย์โบโรบูดูร์ (Candi Borobudur)

มีการค้นพบศิลาจารึกสองชิ้นในรูปทรงของศิวลึงค์  ใกล้กับเจดีย์ฮินดูอาซูเซงี ได้แก่ จารึกของศรีมังคละที่ 1 (ค.ศ. 874) และศรีมังคละที่ 2 (ค.ศ. 874)


อ้างอิง

Candi Indonesia Seri Jawa, Wiwi Djuwita Sudarna Ramelan(Edit), Kementerian Pendidikan dan Kebudayaan,2013.