Rabu, 19 September 2007

การวิวัฒนาการของภาษามลายู


โดย Nik Abdul Rakib Bin Nik Hassan

การวิวัฒนาการของภาษามลายูนั้น นักภาษาศาสตร์ได้แบ่งการวิวัฒนาการของภาษามลายูออกเป็น 3 ระดับ คือ

1. ภาษามลายูโบราณ (Bahasa Melayu Kuno)

2. ภาษามลายูคลาสสิค (Bahasa Melayu Klasik)

3. ภาษามลายูสมัยใหม่ (Bahasa Melayu Moden)

ภาษามลายูโบราณ
เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลภาษานูซันดารา มีความรุ่งเรื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 13 ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย เป็นภาษา lingua france (ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน) และเป็นภาษาที่ใช้ในการปกครอง ผู้ที่พูดภาษามลายูโบราณ ส่วนใหญ่จะอยู่ในแหลมมลายู ,หมู่เกาะเรียว และสุมาตรา

ภาษามลายูโบราณกลายเป็นภาษา lingua france และภาษาที่ใช้ในการปกครองเพราะ

1. มีลักษณะเรียบง่าย และง่ายต่อการรับอิทธิพลจากภายนอก

2. ไม่มีการผูกติดกับความแตกต่างทางชนชั้นของสังคม

3. มีระบบที่ง่ายกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาชวา

ภาษาชวานั้นค่อนข้างจะยากต่อการสื่อสาร เพราะว่าถ้าผู้พูดมีสถานะทางชนชั้นที่แตกต่างกันหรือมีวิจัยที่แตกต่างกัน ความหมายหนึ่งจะใช้คำที่แตกต่างกันตามสถานะหรือวัยของผู้พูด ภาษามลายูโบราณได้รับอิทธิพลจากระบบของภาษาสันสฤตมีการใช้คำสันสฤตในการสร้างคำที่เป็นเชิงความรู้

ภาษามลายูง่ายต่อการรับอิทธิพลของภาษาสันสฤตนั้นเป็นเพราะ

1. อิทธิพลของศาสนาฮินดู

2. ภาษาสันสฤตอยู่ในสถานะของภาษาของชนชั้นขุนนางและมีสถานะทางสังคมที่ค่อนข้างสูง

3. ภาษามลายูง่ายต่อการใช้ตามสถานการณ์และตามความต้องการของผู้พูด

ภาษามลายูโบราณที่มีตามหลักศิลาจารึกในศตวรรษที่ 7 ซึ่งเขียนด้วยอักขระปัลลาวา (Pallawa)

-ศิลาจารึก Kedukan Bukit , Palembang (683)

-ศิลาจารึก Talanh Ruwo ใกล้กับ Palembang (684)

-ศิลาจารึก Kota Kampur , Pulau Bangka (686)

-ศิลาจารึก Karang Brahi , meringin.Jambi (686)

ภาษามลายูโบราณที่มีในหลักศิลาจารึกที่ Gandasuli , ชวากลาง (832) เขียนด้วยอักขระ Nagiri

ลักษณะของภาษามลายูโบราณ

-เต็มไปด้วยคำที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต

-การสร้างประโยคมีลักษณะของภาษามลายู

-เสี่ยง บ (B) จะเป็นเสียง ว (W) ในภาษามลายูโบราณ เช่น บูลัน - วูลัน (เดือน)

-เสี่ยง อือไม่มี เช่น Dengan (ดืองัน) เป็น Dangan (ดางัน) – กับ

-คำว่า Ber จะเป็น Mar ในภาษามลายูโบราณ เช่น berlepas – marlapas

-คำว่า di จะเป็น Ni ในภาษามลายูโบราณ เช่น diperbuat – miparwuat

-อักขระ ฮ (h) จะหายไปในภาษามลายูสมัยใหม่ เช่น Semua – samuha , Saya – Sahaya

การเปลี่ยนจากภาษามลายูโบราณสู่ภาษามลายูคลาสสิค

การเปลี่ยนแปลงของภาษามลายูจากภาษามลายูโบราณสู่ภาษามลายูคลาสสิคนั้นมีความเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของศาสนาที่เริ่มมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 หลังจากนั้นภาษามลายูได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเรื่องโครงสร้างและการเขียนมีหลักศิลาจารึก 3 หลัก ที่มีความสำคัญ คือ

1. หลักศิลาจารึก Pagar Ruyung , Minangbau (1356)

- เขียนด้วยอักขระอินเดีย

- มีคำมลายูโบราณ และมีคำกลอนภาษาสันสกฤต

- มีความแตกต่างเล็กน้อยจากภาษาที่ใช้ในหลักศิลาจารึกในศตวรรษที่ 7

2. หลักศิลาจารึก Minye Tujjuh , Acheh (1380)

- ยังคงเขียนด้วยอักขระอินเดีย

- เป็นครั้งแรกที่มีการใช้คำภาษาอาหรับ เช่น คำว่า Nabi,Allah และ Rahmat

3. หลักศิลาจารึก Kuala Berang , Terengganu (1303)

- เขียนด้วยอักขระยาวี

- เป็นหลักฐานว่าอักขระยาวีมีการใช้ในภาษามลายูในศตวรรษดังกล่าว

ทั้งสามหลักศิลาจารึกนี้เป็นหลักฐานสุดท้ายถึงการพัฒนาการของภาษามลายู เพราะหลังจากศตวรรษที่ 14 แล้วเริ่มเกิดวรรณกรรมมลายูในรูปแบบของการเขียน

ความรุ่งเรืองของภาษามลายูคลาสสิค แบ่งออกเป็น 3 สมัย คือ

1. สมัยอาณาจักรมะละกา

2. สมัยอาณาจักรอาเจะห์

3. สมัยอาณาจักรโยโฮร์ – เรียว

บรรดานักเรียนที่มีชื่อเสียงคือ Hamzah Fansuri , Syansuddin A1 – Sumatrani , Syeikh Nuruddin A1 – Raniry และ Abdul Rauf Al – Singkel

ลักษณะของภาษามลายูคลาสสิค
-ประโยคจะยาว , ซ้ำ ๆ และซับซ้อน

-ใช้ภาษาวัง

-มักใช้คำว่า Sebermula, alkisah, hatta, adapun

-มักใช้คำว่า pun และ lah

ภาษามลายูสมัยใหม่
เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 งานเขียนของ Munshi Abdullan ถือว่าเป็นงานเขียนแรกเริ่มของยุคภาษามลายูสมัยใหม่

Tiada ulasan: